|
|
|||||||||
การตรวจทางพันธุกรรมด้านโรคหอบหืดของบริษัท Delphi Health Services สามารถใช้เป็นข้อมูลให้แพทย์ประกอบการตรวจวินิฉัยได้หลายปีล่วงหน้า และป้องกันก่อนที่จะเป็นโรคหอบหืดแก่คนไข้ได้ หากท่านมีญาติเป็นหอบหืดและสนใจจะได้รับการตรวจสอบ กรุณาติดต่อทางบริษัทได้โดยกรอกข้อมูลที่ Contact Us ข้อมูลเกี่ยวกับโรคหอบหืดและการตรวจของเรา เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมหรือแอนติเจนเข้าสู่ร่างกายจะมีการตอบสนองหลายอย่างขึ้นในร่างกาย เพื่อป้องกันตนเองและเพื่อกำจัดหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมนั้น เช่น การไอ จาม ปฏิกิริยาการอักเสบ ซึ่งเป็นส่วนของภูมิต้านทานโดยกำเนิด แต่ถ้าร่างกายสร้าง่แอนตี้บอดี้ขึ้นมาต่อต้านเนื่อเยื่อของตัวเอง จะเรียกภาวะนั้นว่า ภูมิต้านทานเนื้อเยื่อของตัวเอง หรือ autoimmunity และโรคที่เกืดจากภาวะนี้เรียกว่า โรคต้านเนื่อ้เยื่อของตัวเอง หรือ autoimmune disease แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ชนิดที่จำเพาะกับอวัยวะ (organ-specific) เช่น โรคโลหิตจาง และไม่จำเพาะกับอวัยวะ (non-organ-specific) เช่นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ซึ่งขึ้นอยู่กับตำแหน่งของร่างกายต่อการตอบสนองต่อแอนติเจน โรคภูมิแพ้ เกิดจากการที่ร่างกายมีปฏิกิริยาตอบสนองกับสิ่งต่าง ๆ ในสิ่งแวดล้อมแตกต่างไปจากคนปกติทั่วไป แทนที่จะสร้างภูมิต้านทานโรค กลับไปสร้างภูมิชนิดที่ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้แทน ภูมิชนิดนี้ เรียกว่า ไอ-จี-อี หรือ IgE และสารที่กระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้ เรียกว่า "สารก่อภูมิแพ้" (Allergen) โรคภูมิแพ้สามารถแบ่งได้ตามอวัยวะที่เกิดโรคได้เป็น 4 โรคคือ 1) โรคหืด (Asthma) เป็นโรคที่หลอดลมของผู้ป่วยไวต่อสิ่งที่มากระตุ้นมากกว่าปกติ ทำให้หลอดลมเกิดหดเกร็งเนื่องจากกล้ามเนื้อรอบหลอดลมหดเกร็ง มีเสมหะมากและผนังหลอดลมบวม การหดเกร็งของหลอดลมนี้เกิดเป็นครั้งคราว ขณะเกิดอาการทำให้หายใจผ่านทางลำบากขึ้น จึงเกิดอาการหอบ อาจได้ยินเสียงหายใจดังวี้ดๆได้ ขณะไม่หอบก็เหมือนคนปกติ สาเหตุของโรคนี้ อาจมาจากการแพ้สารบางอย่าง หรืออาจเกิดจากการทำงานของประสาทที่ควบคุมหลอดเลือดผิดปกติไป ผู้ป่วยที่เป็นหืดอาจเกิดการหอบขึ้น เนื่องจากพบสิ่งกระตุ้นซึ่งมีหลายอย่าง เช่น ผู้ป่วยได้รับสารที่ตนเองแพ้ การติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ การเปลี่ยนแปลงของอากาศ อาทิ อากาศหนาว อากาศอ้าว การออกกำลังมากเกินไป หรือแม้แต่ความผิดปกติในอารมณ์หรือจิตใจก็อาจเกิดการหอบขึ้นได้ สาเหตุของการแพ้ในโรคนี้ส่วนใหญ่เป็นสารที่สูดเข้าทางการหายใจ เช่น ฝุ่นบ้าน ตัวไรในฝุ่น ขนสัตว์เลี้ยง เศษแมลง เชื้อรา เกสรหญ้า และเกสรดอกไม้ในอากาศ โรคนี้เป็นโรคเรื้อรัง เกิดขึ้นได้ทั้งกับเด็กและผู้ใหญ่ โรคที่เริ่มเกิดในเด็กมักมีสาเหตุจากการแพ้มากกว่าโรคที่เริ่มเกิดในผู้ใหญ่ ถ้าเกิดในวัยเด็กจะมีโอกาสหายได้ง่ายกว่า 2) โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic rhinitis) หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า โรคแพ้อากาศ บางคนเรียกว่า "ไข้ละอองฟาง" (hay fever) แต่คนทั่วไปเรียกโรคนี้ว่า "โรคแพ้อากาศ" ความจริงไม่ใช่การแพ้อากาศ แต่เป็นการแพ้สารบางอย่างในอากาศ เมื่อผู้ป่วยสูดเอาสารที่ตนแพ้เข้าร่างกาย จะมีน้ำมูกไหล คัดจมูก คันจมูก คันตา คันในลำคอ มีน้ำตาไหลและจาม อาการดังกล่าวอาจเป็นเฉพาะฤดูกาล สาเหตุมักเกิดจากการแพ้สารที่มีในฤดูกาลนั้นๆ เช่น เป็นฤดูกาลที่มีเกสรหญ้า และวัชพืช หรือเชื้อรา หรืออาจมีอาการตลอดปี ซึ่งมักเกิดจากการแพ้สารที่ผู้ป่วยพบตลอดปี เช่น ฝุ่นบ้าน ตัวไรในฝุ่นเศษแมลง รังแคสัตว์ อาหาร หรือเกสรและเชื้อราชนิดที่มีอยู่ตลอดปี ผู้ป่วยบางรายมีอาการหอบหืดด้วย สาเหตุของโรคทั้งสองคล้ายกันแม้ว่าอาการของโรคนี้ไม่รุนแรงถึงกับเสียชีวิต แต่ก็ก่อความรำคาญแก่ผู้ป่วยเป็นอย่างมาก 3) โรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic conjunctivitis) ตาจะมีอาการเคือง แดงและมีน้ำตาไหล ชนิดของเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ มี 4 ชนิด คือ
2. Perrennial allergic conjunctivitis เป็นการเกิดภูมิแพ้ที่เกิดจากสารภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นตลอดปี พบได้น้อยกว่าชนิดแรก อาการมักจะน้อกว่าชนิดแรก 3. Atopic Keratoconjuntivitis มักจะพบร่วมกับผื่น atopic ของผิวหนังที่หนังตา และหน้า อาการที่พบร่วมคือ ตาแดง เคืองตา คัน น้ำตาไหล 4) โรคผื่นภูมิแพ้ (Atopic eczema) เป็นโรคที่มีผื่นของผิวหนัง ซึ่งมักเกิดในบุคคลที่มีแนวโน้มในการแพ้ ผู้ป่วยบางรายมีอาการหอบหืด และจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ร่วมด้วย โรคนี้อาจเกิดได้กับเด็กเล็กแม้เพียงอายุ ๒-๓ เดือน สำหรับเด็กเล็กนี้ผื่นมักเกิดที่บริเวณหน้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งแก้มทั้งสองข้าง ศีรษะเป็นผื่นแดงคัน อาจมีน้ำเหลืองซึม และจะเกิดเป็นสะเก็ดคล้ายกับที่เราเรียกว่า "กลากน้ำนม" บางรายจะหายเมื่อโตขึ้น บางรายแม้ผื่นที่บริเวณหน้าทุเลาลง แต่มักพบผื่นตามบริเวณข้อพับของเข่า ศอก และรอบคอเมื่อเด็กโตขึ้น มีอาการคันมาก หากเป็นนานๆ ผิวหนังจะแห้งและหนาขึ้น อาการจะกำเริบเป็นครั้งคราว ไม่ทราบสาเหตุของโรคนี้แน่นอน ใน เด็กเล็ก อาหารบางชนิด เช่น ไข่ นม อาจทำให้ผื่นเห่อขึ้นในบางราย และสิ่งระคายผิวหนังก็ทำให้อาการรุนแรงขึ้น ทั้งนี้ผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ อาจมีอาการในอวัยวะเดียว หรือหลายอวัยวะร่วมกันก็ได้ นอกจากนี้ยังมีโรคภูมิแพ้อีกกลุ่มที่เกิดจากการได้รับสารกระตุ้นอื่นที่ชัดเจน เช่น 1) โรคภูมิแพ้ที่เกิดจากอาหาร (Food allergy) 2) การแพ้ยาและสารเคมี (Drug and chemical substance allergy) ทั่วโลกมีความชุกของการเกิดโรคผื่นภูมืแพ้ผิวหนัง(atopic) ในเด็ก 10-20 เปอร์เซนต์ และพบในผู้ใหญ่ 1-3 เปอร์เซนต์ (1,2 ,3 ,4) และพบคนไทยทั้งเด็กและผู้ใหญ่เป็นโรคนี้ 9 เปอร์เซนต์ (5)และ 9.4 เปอร์เซนต์ ตามลำดับ (6) ปัจจัยที่มีผลต่อการเป็นโรคผื่นภูมืแพ้ผิวหนัง คือ ปัจจัยทางพันธุกรรมและปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม ปัจจัยทางพันธุกรรม ยีนที่มีความสำคัญต่อการเป็นโรคผื่นภูมิแพ้คือ filaggrin (FLG) ซึ่งการกลายพันธุ์ของยีนนี้จะทำให้เกิดการเสี่ยงต่อการเป็นโรคหอบหืดร่วมด้วย(7) ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม (8)
• ผิวแห้ง • น้ำมูกไหล เช่นเมื่อคุณเป็นหวัด • การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน ซึ่งผิวหนังอักเสบสามารถเกิดอาการแย่กว่าปกติได้ในผู้หญิงช่วงก่อนมีประจำเดือน • ความเครียด • สภาพอากาศที่เปลี่ยนไป • สิ่งระคายเคือง อย่างเกสรดอกไม้หรือไรฝุ่น • ขนสัตว์ ขนนก หรือผิวหนังของมัน • การติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสชนิดต่างๆ • อาหารบางชนิด (พบไม่บ่อยนัก) ![]()
การตรวจทางพันธุกรรมของเราทางด้าน สุขภาพผิวพรรณ
![]() |